[Thai Trans] Jasper Liu on Cover Story “I’m a speedy of myself”

สวัสดีค่ะ กลับมาอัพบล็อกตัวเอง มันก็ต้องเกี่ยวกับแจสเปอร์ทุกครั้งไป ก็ดีกว่าไม่มีอะไรมาประดับประดาหน้าบล็อกตัวเองเลย ยังไงเดี๋ยวคิมรวบรวมลิ้งค์แปลบทสัมภาษณ์ ผ่านทางโพสต์ปักหมุดในแฟนเพจ Jasper Liu Thailand อีกทีนะคะ แจสเปอร์กับผลงานถ่ายแบบอีกเช่นเคยค่ะ เจ้าพ่อปกนิตยสาร 5555 วันนี้เขามาให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฮ่องกงที่ชื่อว่า Esquire Hongkong ฉบับเดือนพฤษภาคม 2020 คิมมาแปลให้อ่านอย่างละเอียดเลยนะ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ >___< คิมแปลจากจีนเป็นไทยเลยนะ ยาวหน่อย

แต่อ่านเถอะนะ คนดี คิมจะได้มีกำลังใจแปลบทสัมภาษณ์ให้ชาวบ้านบล็อกโคลี่อ่านกันตลอดๆน้าา

หัวข้อ “อัตราความเร็วแน่วแน่มั่นคงของตัวเอง” โดย หลิวอี่หาว

“ไฮ อ้วนตัวน้อย” หลิวอี่หาวหนุ่มผู้จับด้ามวาดเขียนภาพในวัยเด็ก จนเข้าสู่การเข้าสังคมในแวดวงการบันเทิง ที่ทำให้อารมณ์ของทุกคนผ่อนคลายขึ้นมา ทำให้การพูดคุยต่อแฟนคลับมีความอบอุ่นขึ้นมา เบื้องหน้าหนุ่มหล่อคนนี้แล้ว ท่ามกลางหน้าผากที่ดูแล้วสง่างามเหมือนกับรูปภาพไม่มีเปลี่ยน ทำให้ทุกคนรู้สึกไว้วางใจในตัวเขาซะแล้ว

text by KAREN TSANG   photo by HARRY C.

styling by WINNIE

hair by เสี่ยวหลง   makeup by กั่วเจี้ยง

wardrobe by Burberry

 

เสถียรภาพอย่างมีพลัง

ช่วงนี้ ทุกคนได้ใช้เวลาว่างกักตัวอยู่บ้านมานานมากพอสมควร ทุกคนอยู่ดูซีรีส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใน Netflix กัน แล้วเราก็ได้นำเสนอซีรีส์เรื่องนึงในฉบับนี้ด้วยนะ เพื่อเริ่มทำการสนทนาเผื่ออยากรู้ผลงานแสดงของเขา ก็คือเรื่อง Triad Princess ชื่อไทย ลูกสาวเจ้าพ่อลุ้นรัก แล้วเราได้ถามว่าได้มีผลงานของเขาที่จะออกอากาศทาง Netflix หรือไม่ เขาเองก็บอกว่า “ผลงานต่อไปเป็นเรียลลิตี้โชว์ที่ร่วมรายการกับอีซึงกิครับ ชื่อรายการว่า Twogether ผมตั้งตารอคอยผลงานรายการนี้อย่างยิ่งเลยครับ พวกเราได้ร่วมใช้วัฒนธรรมภาษาที่แตกต่างกัน พวกเราช่วยเหลือในการเดินทางครั้งนี้ด้วยกัน ไปยังสถานที่แปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกันจริงๆ พร้อมด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเลยแหละครับ เขาเองก็ขำแล้วพูดว่า “แต่ซีรีส์เรื่อง Triad Princess จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินในการดู แล้วก็พวกเราถ่ายทำกันเข้มข้นมากๆ ผมรู้สึกว่าต่อให้ฉายทางแพลตฟอร์มดูหนังที่แตกต่างกัน แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อศักยภาพการแสดงของตัวผมเอง ผมหวังว่าทุกการแสดง ผมหวังว่าจะได้ใช้พลังทั้งหมดเพื่อแสดงมันออกมา เพียงเพื่อหวังว่าบทบาทจะแสดงถีึงเรื่องราวให้ทุกคนเข้าใจอย่างชัดเจน

 

 

เราได้พูดถึงผลงานการแสดงของเขาแล้ว เรามาพูดถึงซีรีส์ใน Netflix เรื่องโปรดที่เขาชอบดูกันบ้างดีกว่า เขาตอบอย่างชิลล์ๆเลยว่า “ตอนนี้ผมติดดูซีรีส์เรื่อง Formula 1 : Drive to survive ทั้งสองซีซั่นผมดูจบหมดแล้วครับ [อุบร๊ะ เขาชอบดูแนวแข่งรถนะเนี่ย 555] ในโลกใบนี้มีแต่เรื่องเครียดทุกช่วงวินาที มีทั้งความกดดัน การกระตือรือร้น และการแข่งขัน แล้วก็เรื่องของประโยชน์และโทษของเงินตรา แล้วเขาก็ชะงักคิดแพบนึง แล้วพูดว่า “แต่นี่มันทำให้ผมได้ฉุกคิดขึ้นได้นะ เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ เรื่องราวมันน่าสนใจจริงๆนะครับ” แล้วเขาก็หยุด แล้วมองมาที่เราพร้อมพูดว่า “อัตราความเร็วมั่นคงของตัวเราเอง” เขาพูดแบบนี้อย่างแผ่วเบา แล้วบอกว่า “แต่เป็นประโยคที่จับใจของผมอย่างลึกซึ้งเลยครับ”

สีหน้าที่น่าเอ็นดู

เกี่ยวกับอนาคต สภาพแวดล้อมที่ไม่แน่ไม่นอนในปัจจุบัน ชีวิตของเราที่ไม่แน่นอน รวมไปถึงปี 2020 ก็ไม่แน่นอน มันไม่ง่ายเลยที่เราจะสงบสติอารมณ์ของเราให้นิ่งลงได้ แต่สีหน้าและแววตาที่อ่อนโยนของหลิวอี่หาว ขนคิ้วของเขาที่แสดงออกมาทำให้เรารู้สึกมีพลังที่น่าอบอุ่นซะจริง “ถ้าให้ถามผมถึงแนวปรัชญาในชีวิตในปี 2020 ล่ะก็ ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แต่ทุกๆวันผมได้เจอประสบการณ์ที่แตกต่าง ยิ่งปี 2020 เป็นปีที่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันช่างแสนพิเศษ แทบไม่เหมือนเดิมเลยล่ะ “ผมรู้สึกว่าผมพจารณาถึงมุมมองนี้ที่แตกต่าง คนหลายๆคนล้วนจากเราไป” แล้วเขาก็ละสายตามองไปทางหน้าต่าง “ความไม่แน่นอนของชีวิต เป็นปัญหาที่เราต้องประสบพบเจออยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกกลัวมาโดยตลอด มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครเลี่ยงวัฏจักรของชีวิตนี้ไปได้หรอก และผมเองก็ยอมรับกับเรื่องราวแห่งชีวิตแบบนี้ จำได้ว่าตอนนั้นที่ผมพาพ่อแม่ของผมไปทานข้าวด้วยกันที่อิตาลี แล้วมีอยู่คืนนึงที่อยู่ๆน้ำตาของผมก็ไหลออกมา อีกใจก็รู้สึกซาบซึ้ง อีกใจก็รู้สึกว่าช่างน่ากลัว ความรู้สึกนั้นผมพูดแทบไม่ออก รู้สึกแค่ว่าตัวเองมีความสุขมากๆ แล้วก็รู้สึกกลัวกับการสูญเสีย ดังนั้นผมเลยรู้สึกหวนแหนคนที่อยู่รอบข้างผม ไม่ว่าจะเพื่อนสนิท หรือครอบครัวก็ตาม นี่คือสิ่งเดียวจริงๆที่ผมอยากทำอยู่ตอนนี้

 

 

เขาจ้องมองทิวทัศน์ทางด้านนอกหน้าต่างแล้วก็กลับมาที่ในห้องสตูดิโออย่างผ่อนคลาย พร้อมพูดว่า “ปีนี้เป็นปีที่เราไม่อาจที่จะคิดมากได้เลย กระพริบตา แพบๆก็เมษายนแล้ว พฤษภาคมก็แล้ว หวังว่าทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตัวผมเองก็กัดตัวอยู่บ้าน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เตรียมพร้อมกับการทำงานผลงานชิ้นต่อไป รักษาสภาพจิตใจให้แน่นิ่ง ผมอยากจะหวงแหนเวลาทุกช่วงวินาทีให้สนุกสนาน บางครั้งผมก๋็หาช่วงเวลาให้ตัวเองได้นั่งทบทวนตัวเอง แล้วทำไมคุณถึงค้นพบว่าทำไมผมถึงหายใจดูสะดวกขนาดนั้น เป็นไปได้ที่ผมอยากจะขอโทษคือตอนนั้นผมหลับไปแล้ว 5555  พูดถึงความไม่แน่นอน แต่คำพูดเหล่านั้นมันสะเทือนจิตใจของเรานะ ถ้าคุณได้เห็นคำที่ขึ้นต้นข้อความคำนั้น “ไฮ เจ้าอ้วนน้อย” แคปชั่นภาพในวัยเด็กของเขา คุณก็อาจจะเข้าใจ ระหว่างรอยยิ้มและคิ้วของเขา มันช่างน่าจับจ้องในตัวเขาทุกอย่างเลย

อานุภาพแสนบริสุทธิ์

จากที่เห็นๆ ที่หลิวอี่หาวจะชอบโพสต์รูปป่าธรรมชาติ ผ่านแฟนเพจของเขา ที่ทำให้ทุกคนได้ชมแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ไหนจะภาพถ่ายสุนัขตัวโปรดของเขาชื่อน้อง Yeahbe มอบความรู้สึกอบอุ่นต่อทุกๆคน เป็นเสน่ห์เฉพาะบุคคลที่น่าสนใจ “ผมชอบขึ้นป่าปีนเข ชอบธรรมชาติและมหาสมุทร เพราะผมรู้สึกว่าธรรมชาติมันบริสุทธื์ ไม่มีเสียงนินทา ไม่มีสิ่งรบกวนจิตใจ ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจ ดังนั้นผมเลยชอบขึ้นไปปีนเขามากครับ มอบความรู้สึกเงียบและปลอดภัยอย่างเต็มที่ ฟังเสียงธรรมชาติอย่างสงบ ทุกสัปดาห์ผมจะไปยิมสองถึงสามครั้ง บางครั้งผมก็จะพาครอบครัวของผมไปขึ้นเขากันครับ

เขาจะพูดถึงครอบครัวซะส่วนใหญ่ พาพ่อแม่ไปงาน Italian Fashion week มีเวลาก็พาครอบครัวไปปีนเขาด้วยกัน พูดคุยกันที่ห้องรับประทานอาหาร ทำกิจกรรมกับครอบครัว มีเวลาได้ทำอาหารในครัว “ผมแทบไม่ได้อยู่ที่ห้องครัวเลยครับ ได้ทานข้าวเย็นกับครอบครัวของผมพร้อมหน้าพร้อมตาทำให้ผมรู้สึกมีความสุขทุกวันเลยครับ” ช่วงไปถ่ายซีรีส์ผมไม่อยู่บ้านนานถึง 4 เดือน ดังนั้นช่วงเวลาดินเนอร์ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดครับ ความสัมพันธ์และความรู้สึกใกล้ชิด อย่างงี้แล้ว Comfort Food ของเขาล่ะเป็นยังไง เขาพูดช่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา “ช่วงเวลาที่ทำงานกันอย่างลำบาก มีตอนที่ผมดื่มกาแฟดำ หรือไม่ก็กินคุกกี้ ไม่ว่าจะของหวานหรือเป็นชีสเค้ก ทำให้อารมณ์ของเขาช่างดีเป็นพิเศษ ทำให้มีแรงกระปรี้กระเปร่าทำงานกันต่อไป ถ้าวันไหนรู้สึกเหนื่อยมากจริงๆ ผมก็จะดื่มโค๊กที่มันมีโทษต่อร่างกาย

แค่ยิ้มเดี๋ยวก็ผ่านไป

คำพูดที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาของเขา ธรรมชาติทำให้ผู้คนหลงใหลแล้ว ตอนนี้อยู่ช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์แล้ว เรามีเรื่องสมมติอยู่สามข้อ คุณต้องตอบให้เร็วและห้ามหัวเราะแต่อย่างใด คุณเองก็อดที่จะกลั้นขำกับเสียงหัวเราะของเขาได้เลย

จะพูดอะไรดีกับตัวเองใน 10 ปีข้างหน้า “10 ปีข้างหน้าเหรอครับ 555 อยู่ดีๆก็รู้สึกว่าสนุกอ่ะ ผมเองก็อยากให้กำลังใจครับ ที่จริงไม่ว่าจะอยู่ตะวันออกหรือใต้ที่กำลังกลัวอยู่ อยากจะบอกเขาว่าว่าวางใจเถอะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ก้าวหน้าต่อไปเถอะ แล้วมาสนุกกับทุกช่วงเวลาดีกว่าครับ

แล้วตัวเองใน 10 ปีข้างหน้าล่ะ “5555 นาย ยังสบายดีไหม  ว้าวว นาย ยังเป็นหลิวอี่หาวใช่มั้ย ผมเองก็หวังว่าผมจะได้เขียนจดหมายอีกเยอะๆเพื่อบอกผมเองว่า ผมสบายดีมากเลย !มอบโอบกอดและรอยยิ้มแบบที่ผมได้มันมาตอนเด็กๆได้ไหม อืม ชู่วว ไม่สนหรอกครับว่าผมเป็นหลิวอี่หาวแบบไหน ผมยังคงเชื่อมั่นที่ผมเป็นหลิวอี่หาวต่อไป เรามาพยายามกันต่อไปเนอะ

พูดสามคำที่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นในวันเดียวคือ “แดดออกแล้ว ไวรัสไม่มีแล้ว เริ่มทำงานกันเถอะ”

ดูจนถึงตอนนี้แล้ว ไม่เพียงแต่ความเร็วของเขายังมั่นคงแล้ว แต่เราสามารถจับความเร็วของเราเองด้วยรอยยิ้มและท่วงทำนองการพูดของเขานั่นเอง

จบแล้วนะคะ กับบทสัมภาษณ์แบบละเอียดสุดๆที่คิมตั้งใจแปลให้แฟนคลับหลิวอี่หาวได้อ่านกัน หวังว่าจะชื่อชอบบทสัมภาษณ์ที่คิมแปลกับมือ แล้วเจอกันใหม่ในบทความฉบับหน้านะค่า บ๊ะบายยยค่ะ ทุกคนนนน !

 

 

Admin KKbie

Read Previous

[Thai Trans] Jasper Liu is on The Cover Star Men’s Folio Singapore April 2020

Leave a Reply