[Thai Trans] Jasper Liu is on The Cover Star Men’s Folio Singapore April 2020

 

คิมกลับมาอัพเดตอีกครั้งก็แปลบทสัมภาษณ์ของแจสเปอร์ หลิวกันอีกเช่นเคย เขากลับมาถ่ายแบบให้กับนิตยสาร Men’s Folio Singapore อีกครั้งในรอบสามปี และเช่นเคยคิมแปลบทสัมภาษณ์ของแจสเปอร์ที่สัมภาษณ์ให้กับนิตยสารเล่มนี้ ฉบับเดือนเมษายนให้ได้อ่านกันด้วยนะค่า

นับจากผลงานตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา เขาได้ผ่านงานแสดงภาพยนตร์เรียกน้ำตากับเรื่อง More Than blue ถึงวันนั้น ฉันจะบอกรักเธอ แล้วก็เรื่อง Before We Get Married สองเรา เพื่อนไม่จริง และคอมเมดี้ฟีลกู๊ดเรื่อง Triad Princess ลูกสาวเจ้าพ่อลุ้นรัก นอกเหนือจากงานแสดงของเขาแล้ว เขาได้สารภาพได้อย่างสบายใจได้ว่า

“ผมอยากพัฒนาอยากเอาตัวเองไปในที่ที่ใหม่ การงาน หรือว่าอะไรก็ได้ หรือมองการแข่งขันครั้งใหม่ ผมหวังว่าผมจะได้รับโอกาสในด้านการงานมากขึ้น และหากเป็นไปได้ ผมอยากแสดงผลงานของผมเอง ผ่านซิงเกิ้ลเพลงของผมเองครับ”

 

แจสเปอร์ได้เล่าว่า “ช่วงนี้ผมก็ไม่มีอะไรพิเศษมากนักครับ หลายงานที่จ้างผมตอนนี้ก็ถูกเลื่อนออกไปก่อน ผมเลยหาโอกาสให้ตัวเองได้พักผ่อน ออกกำลังกาย แล้วก็ชาร์ตพลังให้กับตัวเองครับ เขาถึงกับถอนหายใจหนักกันเลยทีเดียวกับงานในช่วงนี้ของเขา งานหดหายไปเลยทีเดียว อย่างที่ทราบกันดีว่าผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลกระทบให้กับใครหลายๆคน รวมถึงตัวแจสเปอร์ด้วยเช่นกัน

เหมือนมีช่องว่างโหว่หลุมโตๆบังคับให้เขาตกลงไปแบบนั้น นี่เป็นสถานการณ์ครั้งแรกที่เขาประสบพบเจอในชีวิต บางทีคงจะให้สัญญาณกับผมว่าให้เจอกับสโลว์ไลฟ์ชีวิตตัวเองบ้าง ทำเรื่องที่เรียบง่าย เช่น ทานข้าวกับครอบครัว ที่อยู่ดีๆให้ความรู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ

“ผมเองหวังว่าทุกคนใช้ชีวิตอย่างแข็งแรง สุขภาพดีในสภาวะยากลำบากเช่นนี้ ระหวาดระแวงมันไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเราร่วมมือกัน ยังไงซะ เราก็ผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอนครับ”

ชีวิตในแบบผู้ชาย

“ผมว่าทุกกฏล้วนมีการแข่งขันหมดครับ แต่นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะสันโดษที่สุดของผมในความเป็นจริง อี่หาวแสดงบทบาทสุดดุดันในบทของฉู่เค่อหวน ในซีรีส์ Before We Get Married (สองเรา เพื่อนไม่จริง) บุคลิกชาตินิยมและเป็นคนหัวร้อนและบทบาทอื่นๆที่อี่หาวแสดงออกมาในบนของ ฉู่เค่อหวน จากนักแสดงหัวลอนหยิกหยอยแบบบล็อกโคลี่ “นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่อ้างอิงตัวผมได้” ผมเลยต้องหาทางแก้ไขปรับบทด้วยการพูดคุยกับคุณ เฝิงไค (ผู้กำกับละคร) เพื่อแสดงพลังมันออกมา

เมื่อผมได้รับสคริปต์ละครมา ผมก็ต้องหาทางพูดคุยกับเขาถึงกับบทบาทที่ยากแบบนี้ เขาทั้งก้าวร้าว และมีความปรารถนาอย่างต่อเนื่องที่ออกมาจากตัวละครนั้น “เราคิดว่าแค่พยายามทำงานให้หนักขึ้นมันก็คงไม่พอครับ” ผู้กำกับได้ให้แรงกดดันอย่างใหญ่หลวงเลย มันคือการใช้ไฟในการล้างบาป

ตอนแสดงก็มีตลกขนขันกันในกองบ้างครับ มันต้องมีฉากที่ขึ้นสู่สวรรค์ (น่าจะทราบกันดีเนอะว่าฉากอะไร 555) เมื่อไหร่ก็ตามหากเราได้มรสุมการด่าของผู้กำกับเฝิงไค อี่หาวหึๆอีกว่า “เป็นจุดจบของวันนั้น หากเขาอยากให้เราได้พิสูจน์ว่าเราสามารถแสดงมันออกมาได้ เขามอบจุดสำคัญหลายๆอย่างให้เราแสดงออกมาให้ดีครับ”

ด้วยที่ว่าหลิวอี่หาวเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ต้องการในช่วงนี้ การเดินทางในวงการบันเทิงอันสูงสุดของเขาถือว่าไม่ง่ายเลย มีทั้งทางโค้งแล้วก็สูงชัน ก่อนที่จะได้แสดงละคร เขาเป็นนายแบบเพื่อหาเลี้ยงชีพมาก่อน “ผมสงสัยอยู่นะว่า การเป็นทหารผ่านศึกในแวดวงการบันเทิงเนี่ย ที่สามารถจัดการการทำงานใน 15 ชม. ตลอดทั้งวันในวันนึงได้ยังไง การต้องแปลงร่างจากนักแสดงรับเชิญมาเป็นนักแสดงหลักมันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเลยครับ มีอยู่หลายครั้งที่ผมรู้สึกผิดหวัง” อี่หาวกล่าว

“ครั้งแรกที่ผมได้กลายมาเป็นนักแสดงหลัก ผมเองก็ไม่แน่ใจเลยว่า ผมจะแสดงออกมาเป็นอย่างไรกันนะ จิตใจของผมตอนนี้มันโล่งไปหมดเลยครับ” อี่หาวกล่าว

ปีที่ผมได้จัดการการทำงานด้วยเวลาที่แข่งขันผ่านการฝึกฝนและประสบการณ์ของตัวเอง ใน 14 ชม.ต่อวันนี่ มันกลายเป็นเรื่องที่ปกติสำหรับผมแล้ว แต่ที่สำคัญไปยิ่งกว่าก็คือการเปลี่ยนแปลงจิตใจของผมเอง ผมเป็นคนที่จิตใจอ่อนไหวต่อเหตุผลของผู้คนและท่าทางกริยาของผู้คนเหล่านั้น

แต่รอบนี้ที่เขาได้มาถ่ายแบบให้กับนิตยสาร Men’s Folio Singapore ในครั้งนี้ เขาดูผ่อนคลาย ร้องเพลงออกมาอย่างดังในระหว่างที่เขากำลังแต่งตัวทำผมอยู่ที่สตูดิโอ และเดินไปเดินมาเพื่อเปลี่ยนชุดถ่ายแบบของตัวเอง

ผมน่ะตอนนี้กดดันตัวเองผ่านการแสดงมามากเกินไปละครับ และไม่ใช่สิ่งเดียวที่เขาแสดงออกมาให้ดีอย่างเดียว ในตอนนี้ความคิดผมก็คือผมอยากจะนำความสนุกสนานผ่านไปในแต่ละตัวละคร และผมจะเอนเตอร์เทนมันออกมาให้ดีแค่นั้นเอง

ประเทศเกาหลีร้องหา?

การที่หลิวอี่หาวได้ร่วมงานกับสื่อบันเทิงที่เกาหลี นำไปสู่การสัมภาษณ์หลากหลายรูปแบบ เขาไม่เคยพลาดกับโอกาสครั้งนี้เลย ความสามารถของเขาเป็นที่ถูกตาถูกใจให้กับสื่อบันเทิงเกาหลีได้อย่างมากเลย ในความเป็นจริงเขาชอบท่องเที่ยวข้ามมหาสมุทร “ผมเองสนุกกับการร่วมงานกับผู้คนรอบโลกนะครับ ทุกๆวัฒนธรรมและภาษาที่ไม่เหมือนกัน แต่การที่เอาทั้งร่างกายรวมกันทำงานให้เสร็จในชิ้นนึงเป็นอะไรที่แบบน่าสนใจและสนุกมากครับ

เมื่อปีที่แล้วทาง Netflix ได้เชิญเขาให้ร่วมถ่ายรายการเรียลลิตี้โชว์เกาหลีที่ชื่อว่า “Twogether” กับดาราเกาหลีชื่อดังอย่าง อีซึงกิ

จากเรื่อง Vegabond และ A Korean Odyssey และแน่นอนภาษาเป็นอุปสรรคในการร่วมงานของพวกเขา แต่ทางรายการได้ให้เขาได้ให้พวกเขาได้แชร์วัฒนธรรมและภาษาให้แก่กันและกัน และอี่หาวได้บอกว่า “ผมดีใจมากๆครับที่ผมได้ร่วมงานกับอีซึงกิ แล้วได้เป็นเพื่อนสนิทกันหลังจากที่ได้ถ่ายทำจบไปแค่ภายในครึ่งเดือน ผมเองหวังว่าอนาคตผมจะได้ร่วมงานด้วยกันกับอีซึงกิอีกครัั้งครับ

อี่หาวยังบอกอีกว่า “คนอะไรเล่นตลกกับบทที่พูดไม่ได้เหมือนกับเอเลี่ยนในรายการเรียลลิตี้โชว์เกาหลีด้วยกัน”

คำกล่าวของเขาเอง

แล้วสิ่งที่นักแสดงทำออกมาได้คืออะไร? มรดกที่เขาได้ทอดทิ้งไว้ก็คือผลงานและรางวัลที่เขาได้รับภายใต้ชื่อของเขา หลังจากที่เขาออกจากวงการบันเทิงใช่ไหม? หรือว่าเขาจะเป็นคอนเทนต์ของการขยันทำงานอย่างหนักและเสียสละที่แสดงออกมาผ่านหน้ากล้อง? “รางวัลและการเป็นทีไ่ด้ยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติผ่านทุกๆผลงานที่ได้ทำออกมา ผมไม่ได้อยู่จุดที่สูงที่สุด ผมยังอยู่ในการเดินทางของการทำงาน และยังมีอีกหลายเส้นทางที่ผมต้องก้าวหน้าต่อไป ที่จริง ผมไม่ได้เห็นว่าผมจะต้องอยู่จุดที่สูงที่สุด แต่เป็นผมที่จะสามารถพิสูจน์ตัวของผมเอง” อี่หาวกล่าว

ผมไม่เคยคิดที่จะเป็นตัวท็อปของวงการบันเทิง มันเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยากและซับซ้อนมากครับ ที่จะสัมผัสมันได้ ผมบอกตัวเองแค่ว่าผมจะตั้งใจทำงานหนักกันต่อไป ผมมีความสุขในทุกอิริยาบถไม่ว่าจะดีหรือแย่ ผมหวังว่าผมจะมีอิสระในสิ่งที่ผมอยากจะทำที่ชำนาญและรีแลคมากขึ้นครับ

ตอนนี้สิ่งที่ผมโคตรภูมิใจเลยในชีวิตของผมคือการได้ทานข้าวกับครอบครัวในบ้านของผมและแบ่งปันเรื่องราวการทำงานให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ผมไม่คิดหรอกครับว่าทุกคนจะต้องใช้ชีวิตที่หรูหราที่ต้องแลกด้วยภาระในหน้าที่งานหนักอึ้งแบบนั้น สำหรับผมการที่ผมมีความสุขเกี่ยวกับเรื่องที่ผมประทับใจก็พอแล้วครับ

Photography : Chee Wei
Styling : Wilson Lim
Photography Assistant : TK Teo
Styling Assistant : Manfred Lu
Grooming : Ara Wu /So Easy Studio
Hair : Yun / Driven.by.
Production : Jeannie Ang

 

จบไปแล้วค่ะ กับการสัมภาษณ์นิตยสารล่าสุดของแจสเปอร์ หลิว หวังว่าจะมีบทสัมภาษณ์ใหม่ๆให้คิมได้แปลให้ทุกคนได้อ่านกันอีกนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่าาาาา จุ๊บๆ

คำแปลภาษาอังกฤษจาก Weibo 刘以豪资源吧
แปลไทยโดย Kimbies

 

 

 

Admin KKbie

Read Previous

Jasper Liu Interview for Marie Claire TW- March 2020 (Thai Translated)

Read Next

[Thai Trans] Jasper Liu on Cover Story “I’m a speedy of myself”

Leave a Reply